พุทธศาสนสุภาษิต                                     ::: ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ  ::: ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี

บทความและประชาสัมพันธ์

เมื่อสีขาวในธงชาติหายไป

ในพระราชนิพนธ์นี้จะเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกให้ สีขาว ซึ่งหมายถึง “พระพุทธศาสนา” มีความสำคัญเป็น อันดับหนึ่ง พระองค์ทรงสละโลหิตได้เพื่อรักษาชาติศาสนาเอาไว้แต่วันนี้ “สีขาว” หรือ “พระพุทธศาสนา” 1 ใน 3 สีในธงชาติไทย กลับถูก ส.ส.ร. 66 คน โหวตลบออกจากธงชาติ

...............

ขอเชิญทุกท่านร่วมสั่งจอง

องค์พ่อจตุคาม-รามเทพ

รุ่น3ส.เงินทองไหลมา

การค้ารุ่งเรือง

ได้ที่

วัดใหม่พิเรนทร์

...............

ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

ขอเชิญเฝ้าระวังภัยพระพุทธศาสนา

ด้วยสายด่วน 24 ช.ม.

โทร 0-1909-7140

...............

 

เวบบอร์ด

แลกLink

วิธีการCopy ทำแถบดำทั้งหมด

แล้วกด Ctrl+C

ค้นหาข้อมูลโดยกูลเกิล

 ::::บันไดแห่งความสำเร็จ::::

พระมหาณรงค์ฤทธิ์  อคฺครตโน

 

   ความสำเร็จ คือ  สิ่งที่ทุกคนปรารถนา  โดยเฉพาะความสำเร็จในการศึกษาและหน้าที่การงาน  แต่การจะได้มาซึ่งความสำเร็จนั้น  ใช่ว่าจะได้มาโดยง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก  เพราะบนเส้นทางแห่งความหวังที่จะให้ประสบความสำเร็จนั้น  มิได้โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป   ผู้หวังความสำเร็จ จำต้องมีหลักสำหรับเป็นบันไดเชื่อมโยงให้สามารถก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความสำเร็จได้ถึงที่หมายสูงสุด

   หลักสำคัญที่ว่านั้น  มิใช่หลักศิลา หรือหลักไม้  แต่หมายถึง  หลักธรรม   ซึ่งเป็นที่คุ้นหูกันดี  เรียกว่า  อิทธิบาท  ๔  อันได้แก่  ฉันทะ  วิริยะ  จิตตะและวิมังสา

   หลักอิทธิบาท  ๔  นี้  เปรียบประดุจบันได  ๔  ขั้น   สำหรับก้าวไปสู่ความสำเร็จ   กล่าวคือ

   บันไดขั้นที่  ๑  เอาใจรัก   คือ  ฉันทะ   พอใจที่จะทำ   พอใจที่จะเรียน  พอใจที่จะประกอบกิจกรรมนั้น ๆ    หากไม่มีความพอใจหรือเอาใจรักเป็นบันไดเบื้องต้นแล้ว  คงยากนักที่จักประสบความสำเร็จได้    ฉะนั้น การสร้างฉันทะให้เกิดขึ้นมีในกิจกรรมที่หวังให้ประสบความสำเร็จทุกอย่างจึงเป็นสิ่งจำเป็น  และสามารถทำได้โดยการพยายามหาจุดสนใจหรือแง่ดีของสิ่งที่ทำให้ได้  เพื่อจะได้เป็นแรงจูงใจให้มีใจรัก ชอบใจ  พอใจที่จะทำ

   บันไดขั้นที่  ๒  เอาใจสู้  คือ วิริยะ  มุ่งมั่นพากเพียรทำกิจกรรมนั้น ๆ อย่างไม่ย่อท้อ  ไม่หวั่นไหว   แม้จะหนัก  แม้จะเหนื่อย  ก็ไม่หน่ายหนี   ต่อสู้อย่างเต็มกำลังความสามารถโดยมีฉันทะเป็นแรงผลักดันและมีการพิจารณาให้เห็นถึงอานิสงส์ของวิริยะหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นแรงจูงใจ  ไม่ถือลัทธิรอโชครอวาสนา  รอชะตาชีวิต  แต่เชื่อมั่นในพระพุทธดำรัสที่ว่า

“วิริเยน  ทุกฺขมจฺเจติ

คนจะล่วงทุกข์(ประสบความสำเร็จ)ได้ก็เพราะความเพียร”

   บันไดขั้นที่  ๓  เอาใจใส่  คือ  จิตตะ  มีจิตใจฝักใฝ่จดจ่อในกิจกรรมที่ทำนั้น ๆ ไม่วอกแวกวุ่นวาย  หรือหวั่นไหวไปกับแรงยั่วยวนชวนใจอื่นที่อยู่นอกทาง  ซึ่งหากไม่มีจิตตะ  คือ เอาใจใส่เสียแล้ว  ก็อาจจะเสียสมาธิ  และละทิ้งสิ่งที่ทำเสียได้   การเอาใจใส่จริงจังจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีและควรมีอย่างเข้มข้นเสียด้วย  ที่สำคัญการที่จะให้มีความเอาใจใส่ที่เข้มข้นนั้น  จิตใจต้องได้รับฝึกฝนมาเป็นอย่างดี    ด้วยสมาธิวิธีจนมีภาพ  ๓  อย่างเกิดขึ้นภายใน  คือ ๑. ศักยภาพ  มีความสามารถในการทำงาน  ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ๒.คุณภาพ  เป็นจิตที่ประณีตมีคุณธรรมช่วยให้ทำงานได้อย่างราบรื่น และ ๓.สุขภาพ  มีภาวะที่เป็นสุขช่วยให้การทำงานคล่องตัวราบรื่น เรียบร้อย และรื่นรมย์

   บันไดขั้นที่  ๔  หมั่นไตร่ตรอง  คือ  วิมังสา  ใช้ปัญญาพิจารณาถึงกิจกรรมที่ทำนั้น ๆ อยู่เสมอ  ทั้งทบทวน  ทั้งสอบสวน  เพื่อประเมินผลงานที่ทำว่าถึงขั้นไหน  และหาจุดดีและจุดด้อยในกระบวนการที่ทำ  เพื่อการพัฒนาและแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป   จนถึงความสำเร็จ   โดยเฉพาะวิมังสานั้น  จะเป็นตัวควบคุมให้เกิดความลงตัวพอดีในการเอาใจรัก  เอาใจสู้และเอาใจใส่    ผู้ที่มีวิมังสาเข้มข้น คือ ผู้ที่เป็นนักคิด  นักวิเคราะห์  นักทดลอง   เพราะคนเหล่านี้จำต้องใช้ปัญญาอย่างสม่ำเสมอในการคิด  วิเคราะห์ทดลองสิ่งต่าง ๆ  ซึ่งยิ่งใช้ปัญญาก็ยิ่งทำให้ปัญญาฉลาดหลักแหลมขึ้น  ความสามารถในการไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ ก็ย่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย 

   หลักอิทธิบาทธรรม  คือ  ฉันทะ  วิริย  จิตตะ  วิมังสา  หรือ  เอาใจรัก  เอาใจสู้  เอาใจใส่  หมั่นไตร่ตรอง  ทั้ง  ๔  ประการดังกล่าวมานี้   ย่อมเป็นบันไดช่วยให้ผู้ดำเนินก้าวไปสู่ความสำเร็จได้โดยลำดับ  หากผู้ใดมีเพียบพร้อมสมบูรณ์  เชื่อแน่ว่า  ผู้นั้นย่อมอยู่ไม่ไกลจากความสำเร็จและจักประสบความสำเร็จในเวลาไม่ช้านี้แน่นอน

 

                       ฉันทะคือพอใจใฝ่มุ่งมั่น  

วิริยะคือขยันไม่หวั่นไหว 

                       จิตตะคือจิตจับเจ่าเอาใจใส่  

วิมังสาคือฝักใฝ่หมั่นไตร่ตรอง

                       สี่อย่างนี้เป็นบันไดให้สมหวัง

สำเร็จดังถวิลสิ้นทั้งผอง

                       แม้นดำเนินตามลำดับนับทำนอง  

ย่อมพบพ้องสมปองหวังทุกครั้งเอย ฯ

                                                             (ณ.ยอดแก้ว)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyright 2007  Kongthoonwatmhai.com All rights reserved. ::: By GongGang :::

แนะนำลิ้งค์์

 

 

จำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยม

eXTReMe Tracker